Knowledge

กิจกรรม Team Building 1 วัน เปลี่ยนทีมได้จริงไหม? หรือแค่รู้สึกดีชั่วคราว

Team Building 1 วัน ช่วยรีเซ็ตอารมณ์ทีม สร้างพลังบวก และเปิดบทสนทนาได้จริง หลายทีมกลับมาทำงาน ด้วยความรู้สึกดี เข้าใจกันมากขึ้นในช่วงสั้นๆ แต่ถ้าหลังจากนั้นวิธีทำงานยังเหมือนเดิม การประชุมยังเหมือนเดิมและการตัดสินใจยังใช้กรอบเดิม พลังบวกที่ได้มาก็จะค่อยๆ หายไปอย่างเงียบๆทีมจะเปลี่ยนได้จริง ก็ต่อเมื่อองค์กรนำสิ่งที่เกิดขึ้นใน Team Building ไปต่อยอดในงานประจำวัน ตัวอย่างเช่นนำข้อตกลงของทีมไปใช้ในการประชุม เปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นมากขึ้นหรือปรับวิธีตัดสินใจให้สอดคล้องกับสิ่งที่ทีมเรียนรู้ร่วมกัน ตัวอย่างองค์กร Microsoft ที่ใช้ Team Building ควบคู่กับการเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานจากการแข่งขันภายใน ไปสู่การเรียนรู้ร่วมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในกิจกรรม ไม่จบแค่วันเดียวแต่ถูกฝังลงในวิธีทำงานจริงของทีม สรุปกิจกรรมเปลี่ยนความรู้สึกได้ แต่การเปลี่ยนทีม ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมหลังจากนั้นด้วยเมื่อ Team Building ไม่ได้จบแค่วันกิจกรรม ทีมก็จะไม่กลับไปเหมือนเดิม และองค์กรจะเห็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืนมากขึ้น

Teamwork พัง ไม่ใช่เพราะคนไม่เก่ง แต่เพราะองค์กรสร้างพื้นที่ผิด

หลายองค์กรมีคนเก่งอยู่ครบแต่การทำงานกลับไม่เชื่อม ไม่ลื่น และเต็มไปด้วยแรงเสียดทาน ปัญหานี้มักไม่ใช่เรื่อง ความสามารถของคนแต่เป็นเรื่องของ พื้นที่ ระบบ และวัฒนธรรม ที่องค์กรออกแบบไว้ ถ้าโครงสร้างเอื้อให้ต่างคนต่างรับผิดชอบ ระบบประเมินเน้นผลงานรายบุคคลหรือวัฒนธรรมไม่เปิดให้ตั้งคำถาม คนเก่งก็จะเก่งของใครของมัน โดยไม่กล้าทำงานร่วมกันจริง องค์กรอย่าง Microsoft เปลี่ยนจากวัฒนธรรมแข่งขันภายในมาเป็นการสร้างพื้นที่ให้ทีมเรียนรู้และช่วยกันสำเร็จผลลัพธ์คือ Collaboration ดีขึ้น และผลงานองค์กรขยับอย่างชัดเจน สรุปTeamwork จะไม่เกิด ถ้าองค์กรยังสร้างพื้นที่ผิดการแก้ทีมพัง ต้องเริ่มจากการออกแบบระบบใหม่ ไม่ใช่โทษคน

ทีมที่หัวเราะด้วยกัน ไม่ได้แปลว่าจะทำงานร่วมกันได้จริง

บรรยากาศที่ดีช่วยให้ทีมรู้สึกผ่อนคลายและเปิดใจต่อกันมากขึ้นแต่ไม่ได้การันตีว่า ทีมจะตัดสินใจร่วมกันได้ดีในวันที่สถานการณ์กดดันหรือสามารถรับมือกับความเห็นที่ไม่ตรงกันได้อย่างสร้างสรรค์ หลายทีมสนิทกันมาก หัวเราะด้วยกันได้ตลอด แต่กลับหลีกเลี่ยงการคุยเรื่องงานที่มีความขัดแย้งเพราะกลัวบรรยากาศเสีย กลัวกระทบความสัมพันธ์ สุดท้ายปัญหาถูกเก็บเงียบ และสะสมจนกระทบผลงานของทีมโดยไม่รู้ตัว องค์กรอย่าง Pixar แยกให้ชัดระหว่าง“ความสัมพันธ์ส่วนตัว” กับ “คุณภาพของงาน”เปิดพื้นที่ให้ทีมวิจารณ์ผลงานกันอย่างตรงไปตรงมาโดยโฟกัสที่งาน ไม่ใช่ตัวบุคคลทำให้ทีมยังไว้ใจกันได้ แม้ต้องพูดในเรื่องที่ยากและไม่สบายใจ สรุปเสียงหัวเราะคือจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ Teamwork ที่แท้จริงวัดจากวันที่ทีมต้องกล้าคิด กล้าพูด และตัดสินใจยากร่วมกันโดยยังเคารพและเชื่อใจกันเหมือนเดิม

ความสัมพันธ์ในทีม ไม่ได้เกิดจากเกมสนุก แต่เกิดจากสิ่งนี้

หลายองค์กรเชื่อว่า ถ้าทีมได้เล่นเกม ได้หัวเราะ และได้ใช้เวลาร่วมกันความสัมพันธ์ที่ดีจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ แต่ในโลกการทำงานจริง ความสัมพันธ์ที่ทำให้ทีมเวิร์กไม่ได้ถูกสร้างจากความสนุกเพียงอย่างเดียว สิ่งที่สร้างความสัมพันธ์ในทีมได้จริง คือความเชื่อใจ (Trust) และ ความปลอดภัยในการสื่อสาร การที่คนในทีม กล้าพูดความจริง กล้ายอมรับความเห็นที่ต่างและกล้าบอกว่า “ตรงนี้ไม่โอเค” โดยไม่กลัวผลกระทบทางอำนาจนี่คือรากฐานของทีมที่ทำงานร่วมกันได้อย่างมีพลัง Team Building ที่ดี จึงไม่ควรหยุดอยู่ที่เกมละลายพฤติกรรมแต่ต้องออกแบบพื้นที่ให้ทีมได้ คุยเรื่องงานจริง ความคาดหวังจริง และปัญหาจริงที่ทีมเผชิญอยู่เพราะความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น มักเกิดหลังจากทีม ผ่านบทสนทนาที่ไม่ง่ายไปด้วยกัน ตัวอย่างเช่น Pixar ที่สร้างวัฒนธรรม “Braintrust”เปิดพื้นที่ให้ทีมวิจารณ์งานกันอย่างตรงไปตรงมาโดยโฟกัสที่งาน ไม่ใช่ตัวบุคคล(สิ่งนี้ทำให้ทีมกล้าคิด กล้าลอง และไว้ใจกันมากขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งในทีมสร้างสรรค์ที่แข็งแรงที่สุดในโลกสรุปเกมสนุกช่วยให้คนรู้จักกันเร็วขึ้น แต่ความสัมพันธ์ที่ทำให้ทีมเวิร์กเกิดจาก การสื่อสารอย่างจริงใจและปลอดภัยเมื่อทีมกล้าคุยเรื่องยากได้การทำงานร่วมกันก็จะง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Team Building ไม่ได้ทำให้องค์กรเก่งขึ้น…ถ้ามันจบแค่ความสนุก

หลายองค์กรลงทุนกับกิจกรรม Team Building ปีแล้วปีเล่าเสียงหัวเราะดังขึ้น ภาพบรรยากาศดูดี พนักงานดูแฮปปี้ แต่คำถามที่ HR และผู้บริหารควรถามตัวเองคือหลังจบกิจกรรมแล้ว…ทีมทำงานดีขึ้นจริงไหม? ความสนุกช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในระยะสั้นแต่ถ้า Team Building ถูกออกแบบให้ “สนุกอย่างเดียว” โดยไม่เชื่อมกับวิธีทำงานจริงปัญหาที่ทีมเผชิญก็ยังอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็น การสื่อสารที่ไม่ชัด ความไม่ไว้ใจ หรือการทำงานแบบต่างคนต่างทำสิ่งเหล่านี้จะกลับมาเหมือนเดิมทันทีที่ทุกคนกลับเข้าสู่งานประจำ Team Building ที่สร้างผลลัพธ์ต้องทำให้ทีม เรียนรู้ซึ่งกันและกันในบริบทของงานได้เห็นพฤติกรรมจริงภายใต้แรงกดดันกล้าพูด กล้าฟัง และกล้าสะท้อนสิ่งที่ปกติไม่กล้าพูดในที่ทำงาน ไม่ใช่แค่เล่นเกมเก่งขึ้นแต่ต้อง ทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น Googleที่ใช้ Team Building เป็นพื้นที่ฝึก Psychological Safetyทำให้ทีมกล้าตั้งคำถาม โต้แย้ง และยอมรับความเห็นที่แตกต่าง ผลลัพธ์คือทีมทำงานได้เร็วขึ้น ตัดสินใจดีขึ้นไม่ใช่เพราะทีมสนิทกันขึ้นอย่างเดียวแต่เพราะ เข้าใจกันและเชื่อใจกันมากขึ้น สรุปTeam Building ไม่ได้ทำให้องค์กรเก่งขึ้นโดยอัตโนมัติความเก่งขององค์กรเกิดขึ้นเมื่อกิจกรรมถูกออกแบบให้ เปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานจริง ถ้า Team Building จบแค่ความสนุกองค์กรอาจได้ภาพสวย ๆแต่จะพลาดโอกาสสร้างทีมที่แข็งแรงอย่างแท้จริง